Skip to content
← บทความทั้งหมด Guides

e-Work Permit ไทย 2026: คู่มือสำหรับชาวต่างชาติที่ทำงานในไทย

ระบบใบอนุญาตทำงานไทยเป็นดิจิทัลแล้ว เล่มสีน้ำเงินถูกแทนที่ด้วย e-Work Permit ตั้งแต่ตุลาคม 2025 บังคับใช้เมษายน 2026 บทความนี้อธิบายขั้นตอนสำคัญครบถ้วน

โดย Gateway Siam Editorial 7 สิงหาคม 2569 6 นาทีอ่าน

กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้เปิดตัวระบบใบอนุญาตทำงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-Work Permit) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2025 เปลี่ยนแปลงกระบวนการขอและต่ออายุใบอนุญาตทำงานสำหรับชาวต่างชาติในไทยอย่างสิ้นเชิง เล่มสมุดสีน้ำเงิน ที่คุ้นเคยกันมานานได้หมดยุคแล้ว แทนที่ด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลเต็มรูปแบบและบัตรใบอนุญาตทำงาน ที่มีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด ตั้งแต่เมษายน 2026 เป็นต้นมา ทุกการยื่นใหม่ ต่ออายุ และแก้ไขต้องดำเนินการผ่านระบบนี้เท่านั้น

หากคุณถือวีซ่าประเภทนอนอิมมิแกรนต์ บี (Non-Immigrant B) และทำงานในไทยอย่างถูกกฎหมาย หรือกำลังวางแผนจะเข้ามาทำงาน บทความนี้จะอธิบายว่า e-Work Permit คืออะไร กำหนดเวลาสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่านมีอะไรบ้าง และกระบวนการยื่นขอใหม่ทำงานอย่างไร

e-Work Permit คืออะไร

e-Work Permit คือแพลตฟอร์มใบอนุญาตทำงานแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบของไทย เข้าใช้งานได้ที่ eworkpermit.doe.go.th บริหารจัดการโดยกรมการจัดหางาน ระบบนี้ครอบคลุมวงจรชีวิตทั้งหมดของใบอนุญาตทำงาน ตั้งแต่การยื่นขอครั้งแรก ต่ออายุ แก้ไขข้อมูล ไปจนถึงยกเลิก ทั้งหมดทำได้ออนไลน์โดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงานเพื่อยื่นเอกสารด้วยตนเอง

เอกสารที่ได้รับหลังอนุมัติก็เปลี่ยนไปด้วย แทนที่จะเป็นสมุดสีน้ำเงิน ผู้ได้รับอนุมัติจะได้รับบัตร ที่มีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด ที่เจ้าหน้าที่แรงงานและตรวจคนเข้าเมืองสามารถสแกนตรวจสอบได้ทันที สิทธิ์หลักคือสิทธิ์ในการทำงานให้กับนายจ้างไทยในตำแหน่งที่ระบุไม่มีการเปลี่ยนแปลง มีแค่รูปแบบและกระบวนการที่เปลี่ยนไป

กำหนดเวลาสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่าน

การเปลี่ยนจากระบบกระดาษไปสู่ดิจิทัลดำเนินการเป็นขั้นตอน โดยมีกำหนดเวลาสำคัญดังนี้:

  • 13 ตุลาคม 2025: แพลตฟอร์ม e-Work Permit เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เปิดรับยื่นขอทุกประเภทผ่านระบบออนไลน์
  • มกราคม 2026: สิ้นสุดช่วงผ่อนผันสำหรับบริษัทที่ยังไม่พร้อมใช้ระบบออนไลน์
  • 28 เมษายน 2026: ระบบ e-Work Permit กลายเป็นภาคบังคับ ไม่รับเอกสารกระดาษสำหรับการยื่นใหม่ ต่ออายุ ยกเลิก หรือแก้ไขอีกต่อไป
  • 28 กรกฎาคม 2026: รับเอกสารด้วยมือได้เฉพาะกรณีที่สามารถแสดงหลักฐานว่าระบบออนไลน์ขัดข้องทางเทคนิคเท่านั้น ในทางปฏิบัติถือว่าดิจิทัล 100% แล้ว

ผู้ที่ยังถือสมุดสีน้ำเงินเดิมสามารถใช้ต่อไปได้จนหมดอายุ แต่เมื่อถึงเวลาต่ออายุต้องดำเนินการผ่านแพลตฟอร์ม e-Work Permit เท่านั้น ไม่ว่าจะเคยใช้ระบบดิจิทัลมาก่อนหรือไม่ก็ตาม

ขั้นตอนการยื่นขอผ่านระบบดิจิทัล

การยื่นขอ e-Work Permit เป็นกระบวนการร่วมระหว่างนายจ้างชาวไทยและลูกจ้างชาวต่างชาติ มีขั้นตอนหลักดังนี้:

  • ลงทะเบียนบริษัท: นายจ้างลงทะเบียนบริษัทบนแพลตฟอร์ม โดยกรรมการบริษัทหรือผู้รับมอบอำนาจต้องยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiID (ดำเนินการครั้งเดียวต่อบริษัท)
  • สร้างโปรไฟล์ลูกจ้าง: ลูกจ้างชาวต่างชาติสร้างโปรไฟล์ส่วนตัวบนแพลตฟอร์ม กรอกข้อมูลหนังสือเดินทางและข้อมูลส่วนตัว
  • เตรียมและอัปโหลดเอกสาร: นายจ้างและลูกจ้างอัปโหลดเอกสารประกอบในรูปแบบ PDF หรือ JPEG รายการเอกสารขึ้นอยู่กับประเภทบริษัท สถานะ BOI และตำแหน่งของลูกจ้าง โดยทั่วไปได้แก่ เอกสารจดทะเบียนบริษัท งบการเงิน คุณวุฒิวิชาชีพหรือการศึกษาของลูกจ้าง และสำเนาหนังสือเดินทาง
  • ยื่นใบสมัครออนไลน์: กรอกและส่งแบบฟอร์มขอใบอนุญาตทำงานผ่านแพลตฟอร์ม
  • ชำระค่าธรรมเนียมออนไลน์: ชำระค่าธรรมเนียมผ่านแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงาน 1 ปีมาตรฐานอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาท ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันกับที่ปรึกษาหรือนายจ้างของคุณเนื่องจากอาจมีการปรับเปลี่ยน
  • นัดหมายเก็บข้อมูลชีวภาพ: ผู้สมัครต้องไปที่ศูนย์บริการกรมการจัดหางานที่กำหนดหนึ่งครั้งเพื่อเก็บลายนิ้วมือและถ่ายภาพ
  • รับบัตรใบอนุญาตทำงาน: บัตรจะออกให้หลังจากเก็บข้อมูลชีวภาพเรียบร้อย โดยปกติใช้เวลาประมวลผล7–10 วันทำการนับจากวันที่ยื่นเอกสารครบถ้วน

แพลตฟอร์มรองรับการติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ และส่งการแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่านอีเมล SMS และ Line Official Account นายจ้างและลูกจ้างสามารถติดตามความคืบหน้าได้โดยไม่ต้องโทรหาหน่วยงานรัฐ

ความแตกต่างจากระบบสมุดสีน้ำเงินเดิม

ในระบบกระดาษเดิม นายจ้างต้องเดินทางไปยังกรมการจัดหางานด้วยตนเอง ยื่นแบบฟอร์มกระดาษ และกลับมารับสมุดที่ประทับตราในภายหลัง การแก้ไขและต่ออายุต้องใช้กระบวนการเดียวกันทุกครั้ง

e-Work Permit ยกเลิกขั้นตอนการไปยื่นเอกสารที่สำนักงาน ขั้นตอนที่ต้องดำเนินการด้วยตนเองเพียงขั้นตอนเดียวคือการนัดหมายเก็บข้อมูลชีวภาพ ซึ่งไม่มีในระบบกระดาษเดิม ผู้ใช้ส่วนใหญ่พบว่ากระบวนการโดยรวมรวดเร็วและโปร่งใสกว่าเดิม ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเร็วคือความครบถ้วนของเอกสาร

เอกสารไม่ครบหรือผิดรูปแบบยังคงเป็นสาเหตุหลักของความล่าช้าในระบบใหม่ เนื่องจากแพลตฟอร์มไม่อนุญาตให้ยื่นเอกสารบางส่วน การเตรียมเอกสารครบถ้วนถูกต้องก่อนยื่นจึงสำคัญกว่าที่เคย

สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง

e-Work Permit เป็นการเปลี่ยนแปลงด้านกระบวนการและรูปแบบ สิ่งต่อไปนี้ไม่ได้รับผลกระทบ:

  • เงื่อนไข เกณฑ์อนุมัติ และรอบต่ออายุประจำปีของวีซ่า Non-Immigrant B ยังคงเดิม
  • เกณฑ์คุณสมบัติบริษัท ได้แก่ เกณฑ์ทุนจดทะเบียนและสัดส่วนพนักงานไทยต่อใบอนุญาตทำงานต่างชาติ ยังคงเดิม
  • การรายงานตัวทุก 90 วัน (TM47) ยังคงเป็นหน้าที่ทางกฎหมายแยกต่างหากตามตารางเดิม
  • ใบอนุญาตกลับเข้า (Re-entry Permit) ยังจำเป็นต้องทำก่อนออกนอกประเทศเพื่อรักษาการอนุญาตพักอาศัยที่มีอยู่
  • การแจ้ง TM30 ยังคงดำเนินการตามกฎเดิม

ตารางการปฏิบัติตามกฎหมายด้านใบอนุญาตทำงานของคุณมีช่องทางใหม่เพิ่มขึ้น นั่นคือแพลตฟอร์ม e-Work Permit แต่สาระสำคัญของสิ่งที่ต้องดำเนินการไม่ได้เปลี่ยนแปลง

Gateway Siam ช่วยได้อย่างไร

การขอใบอนุญาตทำงานให้ถูกต้องภายใต้ระบบดิจิทัลใหม่ต้องการการเตรียมเอกสารที่แม่นยำ การตั้งค่าแพลตฟอร์มของนายจ้างที่ถูกต้อง และการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางเทคนิคของระบบก่อนยื่น สำหรับชาวอังกฤษและชาวจีนที่วางแผนจัดการการจ้างงานในไทย ไม่ว่าจะเป็นการยื่นครั้งแรกหรือต่ออายุผ่าน e-Work Permit เป็นครั้งแรก กระบวนการใหม่นี้อาจไม่คุ้นเคยแม้จะเคยมีใบอนุญาตทำงานมาก่อน

Gateway Siam ดูแลการยื่นขอวีซ่า Non-Immigrant B และใบอนุญาตทำงานผ่านระบบ e-Work Permit ตั้งแต่การลงทะเบียนบริษัท เตรียมเอกสาร นัดหมายเก็บข้อมูลชีวภาพ ไปจนถึงการต่ออายุประจำปี หากคุณกำลังวางแผนการทำงานในไทย หรือสมุดสีน้ำเงินของคุณใกล้จะหมดอายุ ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาที่ตรงประเด็นและไม่มีแรงกดดัน

เกี่ยวกับผู้เขียน

Gateway Siam Editorial

ทีมบรรณาธิการ Gateway Siam คือทีมผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าและการพำนักในไทยของเราเอง เราดูแลวีซ่า DTV, เกษียณ, LTR, การศึกษา และธุรกิจ แบบครบวงจรให้ชาวอังกฤษและจีน ทุกบทความจึงสะท้อนเคสจริงที่เป็นปัจจุบัน ไม่ใช่แค่ทฤษฎี

ขอประเมินเคสของคุณอย่างตรงไปตรงมา →

พร้อมให้ไทยเป็นบ้านหรือยัง?

เริ่มจากการประเมินฟรีโดยไม่มีข้อผูกมัด เราจะบอกชัดว่าวีซ่าใดเหมาะและต้องใช้อะไรบ้าง