วีซ่า SMART-S ไทย 2026: คู่มือสมบูรณ์สำหรับผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพ
วีซ่า SMART-S ของไทยให้สิทธิ์ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพพำนักและทำงานโดยไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงานในปี 2569 เรียนรู้เงื่อนไขและขั้นตอนหลังการปฏิรูปปี 2568
โครงการ SMART Visa ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ผ่านการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญในต้นปี 2568 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568 และระเบียบใหม่ของ BOI ที่มีผลบังคับใช้เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ประเภทวีซ่าเดิมหลายรายการถูกยกเลิก ไม่ว่าจะเป็นประเภทผู้มีความสามารถพิเศษ (SMART-T) นักลงทุน (SMART-I) และผู้บริหาร (SMART-E) ปัจจุบันเหลือเพียง SMART-S สำหรับผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพ และ SMART-O สำหรับผู้ติดตาม หากคุณเป็นชาวต่างชาติที่ก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย วีซ่า SMART-S จะให้สิทธิ์พำนักสองปี ทำงานในธุรกิจของตนเองโดยไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงาน และสามารถต่ออายุได้หากยังมีคุณสมบัติครบ คู่มือนี้อธิบายว่าใครมีสิทธิ์สมัคร สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ และขั้นตอนการยื่นขอ
การปฏิรูปปี 2568: อะไรเปลี่ยนไปบ้าง
เหตุผลหลักของการปรับโครงสร้างคือการขจัดความซ้ำซ้อนกับวีซ่าผู้พำนักระยะยาว (LTR Visa) ที่เปิดตัวในปี 2565 ซึ่งครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกัน การเปลี่ยนแปลงหลักมีดังนี้
- ประเภทที่ถูกยกเลิก: SMART-T SMART-I และ SMART-E ไม่มีการรับสมัครอีกต่อไป
- การโอนย้ายผู้สมัครเดิม: ผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง นักลงทุน และผู้บริหารระดับสูงถูกชี้แนะให้ยื่นขอ LTR Visa แทน โดยใช้ประเภทผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง (Highly-Skilled Professional) หรือนักลงทุนผู้มั่งคั่ง (Wealthy Investor)
- สิ่งที่ยังคงอยู่: เฉพาะ SMART-S สำหรับผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพที่ผ่านการรับรอง และ SMART-O สำหรับผู้ติดตาม
หากคุณเคยมีคุณสมบัติตาม SMART-T, SMART-I หรือ SMART-E เส้นทางเหล่านั้นปิดแล้ว ควรศึกษา LTR Visa เป็นทางเลือกหลักแทน
ใครมีสิทธิ์สมัคร SMART-S ในปี 2569
SMART-S ไม่ใช่วีซ่าสำหรับผู้ประกอบการทั่วไป แต่มีเงื่อนไขเฉพาะเจาะจงสำหรับสตาร์ทอัพระยะเริ่มต้นในอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล คุณสมบัติที่ต้องมีในปี 2569 มีดังนี้
เงื่อนไขด้านบริษัท:
- จดทะเบียนในประเทศไทยในรูปแบบนิติบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมาย
- ขณะยื่นสมัคร บริษัทต้องดำเนินกิจการมาไม่เกินสองปี
- ต้องได้รับการรับรองจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) หรือสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ว่าประกอบกิจการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve
อุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve ของไทยครอบคลุม เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุปกรณ์การแพทย์ เทคโนโลยีชีวภาพและการเกษตร อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ นวัตกรรมอาหาร และอื่นๆ โดย NIA รับรองสตาร์ทอัพด้านนวัตกรรมทั่วไป ส่วน DEPA รับรองธุรกิจด้านดิจิทัลและซอฟต์แวร์
เงื่อนไขส่วนบุคคล:
- ถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของทุนจดทะเบียน หรือดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทที่ผ่านการรับรอง
- มีเงินฝากในบัญชีธนาคาร (ไทยหรือต่างประเทศ) ไม่น้อยกว่า 600,000 บาท หรือเทียบเท่า และต้องฝากไว้ต่อเนื่องไม่น้อยกว่าสามเดือน
- หากพาคู่สมรสหรือบุตรติดตามมา ต้องมีเงินเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 180,000 บาทต่อคน
- ต้องมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมระยะเวลาพำนักทั้งหมดในไทย สำหรับตนเองและผู้ติดตาม
ข้อกำหนดอายุบริษัทไม่เกินสองปีเป็นเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นไม่ได้ หากบริษัทของคุณดำเนินกิจการมามากกว่าสองปีแล้ว ณ วันที่ยื่นสมัคร คุณจะไม่เข้าเงื่อนไข SMART-S ทางเลือกที่เหมาะสมกว่า ได้แก่ วีซ่าประเภทธุรกิจ (Non-B) พร้อมใบอนุญาตทำงาน หรือ LTR Visa ประเภทผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง
สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจาก SMART-S
หากมีคุณสมบัติครบถ้วน วีซ่า SMART-S มอบสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่าวีซ่าธุรกิจทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ
- พำนักสองปี: นับจากวันออกวีซ่า ต่ออายุได้หากยังมีคุณสมบัติครบ
- ไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงาน: ทำงานในธุรกิจที่ผ่านการรับรองได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการขอใบอนุญาตทำงาน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ผู้ประกอบการต่างชาติในไทยมักพบ
- วีซ่าประเภทเข้าได้หลายครั้ง: เดินทางออกนอกและกลับเข้าประเทศได้ตลอดระยะเวลาสองปี โดยสถานะวีซ่าไม่สิ้นสุด
- คู่สมรสมีสิทธิ์ทำงาน: ผู้ถือ SMART-O สามารถทำงานในไทยได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงาน (ดูรายละเอียดด้านล่าง)
- บริการศูนย์บริการครบวงจร BOI: ผู้ถือ SMART Visa เข้าถึงบริการของศูนย์บริการครบวงจร BOI ในกรุงเทพฯ ซึ่งช่วยเร่งกระบวนการราชการบางอย่างได้
สิ่งที่ไม่ได้รับการยกเว้น: การรายงานตัวทุก 90 วัน เช่นเดียวกับผู้ถือวีซ่าพำนักระยะยาวทุกประเภท ผู้ถือ SMART-S ต้องรายงานที่อยู่ต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทุก 90 วัน ทำได้ทางออนไลน์ผ่านระบบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทางไปรษณีย์ หรือด้วยตนเอง หากเกินกำหนดจะมีค่าปรับ 2,000 บาทต่อครั้ง
SMART-O: พาครอบครัวมาด้วยกัน
ผู้ถือ SMART-S สามารถพาคู่สมรสและบุตรมาอยู่ด้วยภายใต้วีซ่า SMART-O โดยมีสิทธิประโยชน์ดังนี้
- ระยะเวลาพำนักเท่ากับผู้ถือหลัก: คู่สมรสและบุตรได้รับอนุญาตให้พำนักในระยะเวลาเดียวกับ SMART-S สองปี และต่ออายุพร้อมกัน
- คู่สมรสทำงานได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาต: นี่คือข้อได้เปรียบพิเศษที่หาได้ยากในวีซ่าผู้ติดตามของไทย ซึ่งปกติจะห้ามทำงาน
- ไม่ต้องได้รับการรับรองจาก BOI แยกต่างหาก: การสมัคร SMART-O ดำเนินการผ่านกระบวนการ BOI เดียวกันกับผู้สมัครหลัก
ผู้ติดตามแต่ละคนต้องมีเงินฝากเพิ่มอีก 180,000 บาท และต้องมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมด้วย
ขั้นตอนการสมัคร
SMART Visa ไม่ได้ยื่นผ่านสถานทูตโดยตรงเหมือนวีซ่าทั่วไป แต่ต้องผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของ BOI โดยมีขั้นตอนดังนี้
- ขอรับรองสตาร์ทอัพ: ยื่นเอกสารบริษัทต่อ NIA หรือ DEPA (ขึ้นกับประเภทธุรกิจ) เพื่อขอการรับรองว่าประกอบกิจการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ขั้นตอนนี้ใช้เวลาหลายสัปดาห์
- ยื่นขอ SMART-S Endorsement ผ่าน BOI: เมื่อได้รับการรับรองแล้ว ยื่นสมัครผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ SMART Visa ของ BOI BOI จะพิจารณาสัดส่วนการถือหุ้น หลักฐานการเงิน และประกันสุขภาพ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาเพิ่มอีกหลายสัปดาห์
- รับหนังสือรับรอง (Endorsement Letter): เมื่อ BOI อนุมัติแล้ว จะออกหนังสือรับรองให้
- ประทับตรา SMART Visa: นำหนังสือรับรองไปยื่นที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศของคุณ หรือหากอยู่ในไทยและมีสถานะวีซ่าที่ถูกต้องอยู่ อาจสามารถดำเนินการได้ที่ศูนย์บริการครบวงจร BOI ในกรุงเทพฯ โดยไม่ต้องเดินทางออกนอกประเทศ
- แจ้งที่พัก TM30: เมื่อเข้าพักในไทยแล้ว ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเจ้าของที่พักได้แจ้งที่อยู่ของคุณต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผ่านระบบ TM30 แล้ว เจ้าของที่พักมีหน้าที่ทางกฎหมายในการดำเนินการนี้ แต่ควรยืนยันด้วยตนเอง
ระยะเวลารวม: ตั้งแต่เริ่มขอการรับรองจาก NIA/DEPA จนถึงได้รับตรา SMART Visa ใช้เวลาจริงประมาณสองถึงสามเดือน ไม่ควรเริ่มกระบวนการนี้เมื่อวีซ่าปัจจุบันใกล้หมดอายุแล้ว
นโยบายตรวจคนเข้าเมืองและเงื่อนไข BOI อาจเปลี่ยนแปลงได้ ข้อมูลข้างต้นสะท้อนข้อกำหนดที่เข้าใจในช่วงกลางปี 2569 ควรยืนยันรายละเอียดปัจจุบันกับ BOI หรือที่ปรึกษาด้านการตรวจคนเข้าเมืองก่อนยื่นคำขอ
Gateway Siam ช่วยคุณได้อย่างไร
การประเมินว่าคุณมีคุณสมบัติ SMART-S หรือไม่ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบทั้งอายุบริษัท ประเภทอุตสาหกรรม และโครงสร้างการถือหุ้น ไม่ใช่แค่มีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีก็เพียงพอ Gateway Siam ช่วยให้คุณเข้าใจว่าเส้นทาง SMART-S เหมาะกับสถานการณ์ของคุณจริงหรือไม่ และหากไม่เหมาะ เราจะช่วยระบุทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นวีซ่า Non-B พร้อมใบอนุญาตทำงาน LTR Visa หรือ DTV ติดต่อเราเพื่อรับการประเมินสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมาและไม่มีแรงกดดัน
เกี่ยวกับผู้เขียน
Gateway Siam Editorial
ทีมบรรณาธิการ Gateway Siam คือทีมผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าและการพำนักในไทยของเราเอง เราดูแลวีซ่า DTV, เกษียณ, LTR, การศึกษา และธุรกิจ แบบครบวงจรให้ชาวอังกฤษและจีน ทุกบทความจึงสะท้อนเคสจริงที่เป็นปัจจุบัน ไม่ใช่แค่ทฤษฎี
ขอประเมินเคสของคุณอย่างตรงไปตรงมา →